แชร์

6 พาสปอร์ต ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก พาสปอร์ตไทย ติดอันดับ 63 เดินทางได้ 82 ปลายทาง

อัพเดทล่าสุด: 17 ต.ค. 2024
1117 ผู้เข้าชม

ไตรมาสแรกปี 2024 มีถึง 6 ประเทศที่ได้อันดับ 1 พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการจัดอันดับมาสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นทุกต้นปีใหม่คือการประกาศผลการจัดอันดับดัชนีพาสปอร์ตเฮนลีย์ (Henley Passport Index) ซึ่งจะชี้วัดว่า พาสปอร์ตของประเทศไหน ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกการจัดอันดับดังกล่าวจะอ้างอิงข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เพื่อพิจารณาว่า พาสปอร์ตของประเทศใดสามารถเดินทางไปยังประเทศ/พื้นที่อื่น ๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ได้มากที่สุดล่าสุด เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ส (Henley & Partners) ผู้จัดทำดัชนีดังกล่าว ก็ได้เปิดเผยผลการจัดอันดับหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำไตรมาสแรกของปี 2024 ออกมาแล้ว โดยเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนปีนี้ มีพาสปอร์ตถึง 6 ประเทศที่อยู่ในอันดับ 1 พาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสเปน นับเป็นครั้งแรกที่มีพาสปอร์ตที่ได้อันดับ 1 มากถึงขนาดนี้ในประวัติศาสตร์ 19 ปีของดัชนีพาสปอร์ตเฮนลีย์

นอกจากนี้ พวกเขายังทำลายอีกหนึ่งสถิติ นั่นคือมีจุดหมายปลายทางที่ไม่ต้องขอวีซ่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีอีกด้วย โดยพลเมืองของทั้ง 6 ประเทศสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ถึง 194 แห่งจาก 227 แห่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 2 ประเทศเอเชียอย่างญี่ปุ่นและสิงคโปร์เท่านั้นที่ครองอันดับ 1 ร่วมกัน แต่ปีนี้การก้าวขึ้นมาของฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของชาติยุโรปขณะที่ในอันดับที่ 2 นั้น ประกอบด้วยพาสปอร์ตของ ฟินแลนด์ สวีเดน และเกาหลีใต้ โดยสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้ 193 แห่ง ส่วน ออสเตรีย เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ มาเป็นอันดับ 3 มีจุดหมายปลายทาง 192 แห่งเบลเยียม ลักเซมเบิร์ก นอร์เวย์ โปรตุเกส และสหราชอาณาจักร อยู่ที่อันดับ 4 (191 ปลายทาง) ในขณะที่ กรีซ มอลตา และสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ในอันดับที่ 5 (190 ปลายทาง)

ในส่วนของประเทศที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในการเพิ่มอิทธิพลพาสปอร์ตของตัวเองนั้นคือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยใช้เวลา 10 ปี เพิ่มจุดหมายปลายทางปลอดวีซ่าจาก 77 แห่งมาเป็น 183 แห่งในปีนี้ เพิ่มขึ้นมาถึง 106 แห่ง จนได้รับอันดับที่ 11 ในปีนี้ คริสเตียน เคลิน ประธานของ เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ส กล่าวในแถลงการณ์ว่า แม้ว่าแนวโน้มโดยทั่วไปในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาจะเป็นไปในทิศทางที่หลายประเทศมีเสรีภาพในการเดินทางมากขึ้น แต่ช่องว่างกับประเทศที่อยู่อันดับล่าง ๆ ของตารางกลับกำลังกว้างขึ้นเรื่อย ๆจำนวนจุดหมายปลายทางโดยเฉลี่ยที่นักเดินทางสามารถเข้าถึงโดยไม่ต้องขอวีซ่าเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจาก 58 แห่งในปี 2006 มาเป็น 111 แห่งในปี 2024 เคลินกล่าว

เขาเสริมว่า อย่างไรก็ตาม ประเทศที่ติดอันดับสูงสุดในตอนนี้สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางปลอดวีซ่าได้มากกว่าอันดับสุดท้ายอย่างอัฟกานิสถานถึง 166 แห่ง โดยอัฟกานิสถานสามารถเข้าถึงประเทศอื่นโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้เพียง 28 ประเทศเท่านั้น (อยู่ในอันดับที่ 104)

ส่วนประเทศซีเรีย ซึ่งเข้าถึงเพียง 29 จุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ในอันดับที่ 103 ขณะที่อิรักสามารถเข้าถึงได้ 31 ประเทศ และปากีสถานสามารถเข้าถึงได้ 34 ประเทศ

สำหรับประเทศไทยของเรานั้น อยู่ในอันดับที่ 63 ของดัชนี โดยสามารถเดินทางไปประเทศ/พื้นที่อื่นโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ 82 ประเทศ ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะยกระดับพาสปอร์ตไทย ด้วยการทำข้อตกลงกับจีน ยกเว้นวีซ่ากันและกันระหว่างทั้งสองประเทศแบบถาวร ซึ่งก่อนหน้านี้จีนเคยยกเว้นวีซ่าให้เพียง 5 ประเทศเท่านั้น

ข้อมูลข่าวสาร Henley Passport Index


บทความที่เกี่ยวข้อง
5 เรื่องควรรู้ การหย่าคนไทยกับคนอังกฤษ ที่ได้จดทะเบียนสมรสในประเทศไทย ไม่สามารถติดตามคู่สมรสได้
การจดทะเบียนหย่าระหว่างคนไทยกับคนอังกฤษที่ได้จดทะเบียนสมรสในประเทศไทย แต่ไม่สามารถติดตามหาคู่สมรสชาวอังกฤษเพื่อจดทะเบียนหย่าได้
17 ต.ค. 2024
วีซ่าคู่หมั้น K1 หลังจากเข้าอเมริกา จะต้องทำอย่างไรบ้าง
คุณจะต้องจดทะเบียนสมรสภายใน 90 วัน หลังจากจดทะเบียนสมรส จะต้องยื่นเรื่องปรับสถานะ เพื่อได้ใบเขียว และจะได้ SSN มาด้วย ยื่นเมื่อไหร่ กฎหมายไม่ได้กำหนด ให้ยื่นเมื่อพร้อม ยื่นเร็วก็จะได้ใบเขียวเร็ว ได้ SSN ไว จะได้ไปทำใบขับขี่ ทำงาน เรียนภาษา เรียนต่อ
17 ต.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy