แชร์

Working And Holiday Scheme วีซ่าทำงาน + ท่องเที่ยว

อัพเดทล่าสุด: 17 ต.ค. 2024
719 ผู้เข้าชม

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567

รัฐบาลไทยได้จัดทำข้อตกลงโครงการตรวจลงตราทำงานและท่องเที่ยว Working Holiday Schemeกับรัฐบาลนิวซีแลนด์ซึ่งกรมกิจการเด็กและเยาวชน ดำเนินโครงการตรวจลงตราทำงานและท่องเที่ยวไทย นิวซีแลนด์ (Working Holiday Scheme Thailand New Zealand)โดยมีรูปแบบการดำเนินงานประกอบด้วย การประกาศรับสมัครเยาวชนที่มีอายุระหว่าง18-30 ปี เข้าร่วมโครงการฯการพิจารณาคุณสมบัติ และการออกหนังสือรับรองคุณสมบัติ เพื่อให้ผู้สมัครนำไปประกอบการขอตรวจลงตรา (วีช่า) กับสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ซึ่งตามข้อตกลงจะมีผู้ได้รับวีซ่า100 คน(ตามปีงบประมาณรัฐบาลนิวซีแลนด์ 1 กรกฎาคม 30 มิถุนายน ในปีถัดไป)

(Working Holiday Scheme Thailand New Zealand 2024)

เพื่อพิจารณาและออกหนังสือรับรองคุณสมบัติ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

คุณสมบัติ

1. มีสัญชาติไทย

1.1 มีอายุระหว่าง 18 - 30 ปี (อายุยังไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย)

1.2 สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

1.3 มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ

1.4 ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)

1.5 แสดงหลักฐานทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์เป็นชื่อบัญชีของผู้สมัคร ประเภทออมทรัพย์ ระบุจำนวนแล้ว ต้องไม่น้อยกว่า 7,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) หรือ 150,000 บาท

1.6 มีความประพฤติและสุขภาพดี

2. หลักฐานประกอบการขอหนังสือรับรองคุณสมบัติจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน

ตามข้อตกลงของโครงการฯ ผู้ที่จะยื่นขอตรวจลงตรา (วีช่า) จากสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์

ประจำประเทศไทย จะต้องแนบหลักฐาน หนังสือรับรองคุณสมบัติ ซึ่งออกให้โดยกรมกิจการเด็กและยาวชน (ตน.)

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทั้งนี้ การสมัครขอรับหนังสือรับรองคุณสมบัติดังกล่าว

ผู้สมัครจะต้องแนบเอกสารประกอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้

กำหนดการ

  • 30 พ.ค. 67 : ลงทะเบียนขอรับ User และ Password
  • 9 มิ.ย. 67 : ทดสอบระบบการรับสมัครออนไลน์ ผ่าน http://161.82.213.251/opp/home/index.php
  • 14 มิ.ย. 67 : รับสมัครออนไลน์ http://161.82.213.251/opp/home/index.php
  • 20 มิ.ย. 67 : ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อพิจารณาเอกสาร
  • 25-30 มิ.ย. 67 : จัดส่งเอกสาร
  • 24 ก.ค. 67 : ประกาศผล

แหล่งข้อมูล> https://www.dcy.go.th/public/mainWeb/articles/news/1710996204251-953591093.pdf 



บทความที่เกี่ยวข้อง
6 พาสปอร์ต ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก  พาสปอร์ตไทย ติดอันดับ 63 เดินทางได้ 82 ปลายทาง
ไตรมาสแรกปี 2024 มีถึง 6 ประเทศที่ได้อันดับ 1 พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการจัดอันดับมาสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นทุกต้นปีใหม่คือการประกาศผลการจัดอันดับดัชนีพาสปอร์ตเฮนลีย์ (Henley Passport Index) ซึ่งจะชี้วัดว่า พาสปอร์ตของประเทศไหน ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกการจัดอันดับดังกล่าวจะอ้างอิงข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เพื่อพิจารณาว่า พาสปอร์ตของประเทศใดสามารถเดินทางไปยังประเทศ/พื้นที่อื่น ๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ได้มากที่สุดล่าสุด เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ส (Henley & Partners) ผู้จัดทำดัชนีดังกล่าว ก็ได้เปิดเผยผลการจัดอันดับหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำไตรมาสแรกของปี 2024 ออกมาแล้ว โดยเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนปีนี้ มีพาสปอร์ตถึง 6 ประเทศที่อยู่ในอันดับ 1 พาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสเปน นับเป็นครั้งแรกที่มีพาสปอร์ตที่ได้อันดับ 1 มากถึงขนาดนี้ในประวัติศาสตร์ 19 ปีของดัชนีพาสปอร์ตเฮนลีย์
17 ต.ค. 2024
อัปเดตล่าสุด! 27 สายการบิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ  เช็คอิน + โหลดกระเป๋า ด้วยตนเองผ่านระบบ Cuss  Cubd
หน้าไฮซีซั่นแบบนี้ หลายคนคงหวั่นใจว่าในสนามบินสุวรรณภูมิจะมีแถวเช็กอิน โหลดกระเป๋าที่ยาวเหยียด แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย หลายสนามบินโดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิก็เริ่มปรับมาใช้ระบบระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (CUSS: Common Use Self Service) และสามารถโหลดกระเป๋าด้วยตนเอง ผ่านระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD: Common Use Bag Drop)กันมากยิ่งขึ้น
17 ต.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy